1,743 Viewsจากการที่คำว่า "ชุมชน" ได้ขยายขอบเขตของความหมายเรื่อยมานั้นในช่วง พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๓๙ นักวิชาการกลุ่มหนึ่งได้เสนอคำว่า "ประชาสังคม" ขึ้นอีกคำหนึ่ง โดยหมายถึง "civil society"
ในภาษาอังกฤษเพื่อให้ครอบคลุมความหมายของชุมชนที่ขยายมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันคำนี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและในความหมายที่หลากหลายอีกเช่นกัน ความหมายเดิมของ "civil society" นั้น ชาวยุโรปได้เป็นผู้กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือการตอบโต้อำนาจของรัฐ ทั้งนี้เนื่องจากในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๕ เมื่อรัฐก่อรูปอย่างชัดเจนและพยายามผูกขาดอำนาจในการประกอบกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ แทนชุมชน กลุ่มสถาบันทางศาสนาและองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ได้รวมตัวกันต่อต้านการครอบงำของรัฐ แต่ในขณะเดียวกันเป้าหมายของการรวมกลุ่มเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ใช่เพื่อตัวเอง หรืออาจสรุปได้ว่าประชาสังคมในความหมายนี้ หมายถึง "ส่วนรวมที่ไม่ใช่รัฐ" นอกจากความหมายข้างต้นก็ยังมีระดับความแตกต่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างผลประโยชน์ของกลุ่มของบุคคลและของส่วนรวมซึ่งกลายเป็นที่มาของสำนักคิด ๔ สำนัก ที่อธิบายคำว่า "civil society" แตกต่างกันออกไป คือ สำนักต็อกวีล สำนักเพนสำนักล็อกและสำนักเฮเกล